การดูแลรักษาตา ให้วิสัยทัศน์ของดวงตาคมชัด อยู่คู่กับอวัยวะส่วนอื่นๆได้ตลอดไป

การดูแลรักษาตา ให้วิสัยทัศน์ของดวงตาคมชัด อยู่คู่กับอวัยวะส่วนอื่นๆได้ตลอดไป

ดวงตาของคนเรามีความละเอียดอ่อน และต้องการดูแลเป็นพิเศษ ด้วยปัญหาเกี่ยวกับดวงตาสามารถป้องกันได้ไม่ยาก หากคุณมีนิสัยการดูแลสุขภาพที่ดี และปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกวัน น่าแปลกใจว่าวิธีการดูแลก็สามารถทำได้ง่ายๆ แต่ผู้คนมักมองข้ามความสำคัญของดวงตาไป จึงทำให้ละเลยและไม่ใส่ใจดูแลดวงตาเท่าที่ควร ยิ่งเมื่ออายุมากขึ้นบวกกับปัจจัยกระตุ้นอื่นๆ ทำให้ดวงตาเหนื่อยล้า และเสื่อมก่อนวัยได้ง่าย เพื่อเป็นการรักษาสุขภาพดวงตา และให้วิสัยทัศน์ของดวงตาคมชัด อยู่คู่กับอวัยวะส่วนอื่นๆ ได้ตลอดไป นี่คือวิธีใน การดูแลรักษาตา ของคุณในทุกวัน ที่ควรทำให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อุดมด้วยสารอาหารครบถ้วน

สุขภาพดวงตาที่ดีเริ่มจากอาหารที่เรารับประทาน การเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน 5 หมู่ โดยเฉพาะอาหารที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ลูทีน ซิงค์ วิตามินซี วิตามินอี จะช่วยชะลอ หรือลดการเกิดโรคทางสายตา เช่น โรคจอตาเสื่อม (Macular Degeneration) และโรคต้อกระจก (Cataracts)  แหล่งสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพดวงตา เช่น

ผักโขม หรือผักใบเขียวเข้มอื่น ๆ  

ปลาแซมอน ปลาทูน่า หรือเนื้อปลาที่มีกรดไขมันจำเป็นสูง

ไข่ ถั่ว โปรตีนที่ไม่ได้มาจากเนื้อสัตว์

ส้ม ผลไม้หรือน้ำผลไม้รสเปรี้ยว

หอยนางรม เนื้อหมู สัตว์ปีก

ธัญพืช

ผักผลไม้ที่มีสีเหลืองหรือส้ม ซึ่งมีสารเบต้าแคโรทีน เช่น แครอท

ใช้อุปกรณ์กันแดดเพื่อป้องกันอันตรายจากแสง UV

การสัมผัสกับแสงแดด และรังสียูวี จะเพิ่มความเสี่ยงในการเสื่อมสภาพของดวงตา อาจทำให้กระจกตาได้รับอันตรายจากแสงแดด และรังสียูวี ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกัน ควรสวมแว่นตากันแดดเพื่อปกป้องดวงตา หรือหากไม่สะดวก ควรสวมหมวกปีกกว้าง หรือร่ม เพื่อช่วยบดบังแสงแดด ที่อาจรบกวนสุขภาพของดวงตา

หลีกเลี่ยง หรือดื่มแอลกอฮอล์อย่างจำกัด

ปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ในแต่ละวันควรอยู่ในระดับที่พอดี เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคทางสายตาอย่างโรคจอประสาทตาเสื่อมจากอายุ (Age-Related Macular Degeneration: AMD) และปัญหาสุขภาพด้านอื่นๆ ให้น้อยลง โดยทั่วไป ในผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพปกติไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์เกิน 14 หน่วยมาตรฐานต่อสัปดาห์ และควรกระจายการดื่มออกเป็นหลาย ๆ วัน หรืออาจลองงดดื่มแอลกอฮอล์ลงบางวัน

ดื่มน้ำ

การดื่มน้ำอย่างเพียงพอ เป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพโดยรวมของร่างกาย รวมทั้งดวงตา หากคุณดื่มน้ำมากเพียงพอในแต่ละวัน ก็จะช่วยให้ดวงตาชุ่มชื่น และเป็นการป้องกันดวงตาไม่ให้แห้ง และลดระคายเคืองในระหว่างวันได้

หลีกเลี่ยงการสัมผัสตา

หากคุณมีนิสัยชอบขยี้ตา ควรเลิกพฤติกรรมนี้ เพราะมือเมื่อสัมผัสกับสิ่งต่างๆ แล้ว ก็จะมีสิ่งสกปรก ฝุ่นละออง และเชื้อโรคจำนวนมากติดอยู่ที่มือ เมื่อนำมาขยี้ตา หรือสัมผัสโดนตา อาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือติดเชื้อได้

หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่

การสูบบุหรี่เป็นผลเสียต่อดวงตา และสุขภาพโดยรวมของร่างกาย ผู้ที่สูบบุหรี่จะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมจากอายุ โรคต้อกระจก อาจทำลายเส้นประสาทตา จนสามารถทำให้ตาบอดได้ในอนาคต

ดูแลระยะห่างของจอคอมพิวเตอร์

จอคอมพิวเตอร์ควรวางตำแหน่งที่ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 20 องศา การวางจอคอมพิวเตอร์ในระยะที่เหมาะสม ให้ห่างจากสายตาประมาณ 25 นิ้ว จะช่วยลดความเครียดของดวงตา นอกจากนี้ควรดูแลเรื่องแสงสว่างให้เพียงพอ ไม่สว่าง หรือมืดจนเกินไป เพราะอาจทำให้ดวงตาอ่อนล้าง่าย และเป็นการเพิ่มความเครียดให้กับดวงตามากยิ่งขึ้น

พักสายตาจากหน้าจอ

การมองจอคอมพิวเตอร์ มือถือ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดอาการตาล้า ตามัว ตาแห้ง ปวดศีรษะ มีปัญหาในการปรับโฟกัสให้มองเห็น ไปจนถึงรู้สึกปวดบริเวณคอ ไหล่ หรือหลัง เมื่อเริ่มรู้สึกว่ามีอาการตาแห้ง ควรกระพริบตา หรือพักสายตาชั่วครู่ จากหน้าจอทุกๆ 20 นาที เป็นเวลา 20 วินาที โดยให้มองออกไปไกลประมาณ 20 ฟุต และมีการขยับเคลื่อนไหวร่างกายทุกๆ 2 ชั่วโมง อาจเปลี่ยนอิริยาบถระหว่างวันบ่อยๆ เช่นลุกเดิน และไม่ควรนั่งแช่หน้าจอตลอดทั้งวัน รวมไปถึงปรับหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือถืออุปกรณ์ เพื่อให่อยู่ในท่าที่ถูกต้อง

ป้องกันดวงตาเมื่อต้องทำกิจกรรม หรืองานที่มีความเสี่ยง

กีฬา หรืองานบางประเภท มีความเสี่ยงทำให้ดวงตาได้รับอันตราย เช่น การบาดเจ็บที่ดวงตาจากการเล่นกีฬา การทำงานในโรงงานและสถานที่ก่อสร้าง หรืองานซ่อมแซมบ้านเล็กๆ น้อยๆ อย่างการตอกตะปู ใช้สเปรย์ การเชื่อม ก็สามารถเกิดอุบัติเหตุกับดวงตาได้ ดังนั้น การสวมแว่นตา หรืออุปกรณ์ป้องกัน ที่ออกแบบมาเพื่อกิจกรรมเหล่านั้น จะลดอันตรายที่เกิดกับดวงตาให้น้อยลง ซึ่งเลนส์แว่นตาส่วนใหญ่จะทำมาจากโพลีคาร์บอเนต มีความเหนียว และแข็งแรงมากกว่าพลาสติกทั่วไปถึง 10 เท่า อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบา

วิตามิน และเกลือแร่สำคัญที่ช่วยบำรุงสายตา

การได้รับวิตามิน และเกลือแร่อย่างครบถ้วน จะช่วยให้การทำงานของดวงตาเป็นไปตามปกติ และช่วยป้องกันการเกิดโรคของดวงตา แต่ด้วยวิถีการใช้ชีวิตเร่งรีบ ในสังคมปัจจุบัน ส่งผลให้การรับประทานอาหารเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ในแต่ละวันร่างกายได้รับวิตามิน และเกลือแร่ไม่เพียงพอ รวมไปถึงมีการใช้สายตาอย่างผิดวิธี โดยเฉพาะพฤติกรรมการทำงาน และการใช้ชีวิตที่มักจะเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตลอดทั้งวัน จึงควรมีการบริโภควิตามิน และเกลือแร่ที่มีความสำคัญต่อดวงตาเข้าไปเพิ่มเติม

ตรวจตาเป็นประจำ

การเข้ารับการตรวจตา พร้อมกับวัดสายตาอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคทางดวงตา เพราะโรคบางโรคไม่สามารถสังเกต หรือบอกได้ในช่วงแรก เช่น โรคต้อกระจก โรคจอประสาทตาเสื่อมจากอายุ โรคเบาหวานขึ้นตา การตรวจตา และวัดสายตาจึงเป็นวิธีเดียวที่ช่วยค้นหาโรคบางโรคได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้สูง

การดูแลรักษาตา แม้จะดูเป็นเรื่องง่าย แต่กับยังมีผู้ป่วยทางสายตาอีกมากมาย เพื่อสุขภาพที่ดู เราควรเริ่มหันมาดูแลดวงตาของเราทันที

พบกับสาระ ความรู้ ข่าวสาร และสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ ไปกับเราที่ www.mustknowledge.com