การดูแลรองเท้าผ้าใบ ที่มีติดบ้านแทบทุกคนให้สวมใส่ได้ยาวนาน

การดูแลรองเท้าผ้าใบ ที่มีติดบ้านแทบทุกคนให้สวมใส่ได้ยาวนาน

รองเท้าผ้าใบแฟชั่น ถือได้ว่าเป็นไอเทมที่สาวๆ หนุ่มๆ มีติดบ้านแทบทุกคน เพราะนอกจากรองเท้าผ้าใบ จะสวมใส่ได้หลายโอกาส เข้ากับเสื้อผ้าหลากหลายชุดแล้ว ( เรียกได้ว่ารองเท้าผ้าใบเป็นตัวช่วยที่ทำให้ลุคของสาวๆ หนุ่มๆ ในวันนั้น ยังเพิ่มความมั้นใจได้อีกด้วย ) รองเท้าผ้าใบยังเพิ่มความสะดวกสบายในการทำกิจกรรมต่างๆ ยิ่งเป็นรองเท้า ผ้าใบที่คุณภาพดี ยิ่งเพิ่มความคล่องตัวในการเคลื่อนไหว พร้อมลุยในทุกสถานการณ์ และด้วยกิจวัตรประจำวันของวัยรุ่น ที่ต้องลุยในทุกวัน ยิ่งทำให้ต้องการมีรองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้าแฟชั่นที่ดี มีคุณภาพ เพื่อเพิ่มความมั่นใจ และพร้อมจะทำสิ่งใหม่ๆ ในทุกวัน เราจึงต้องเรียนรู้ การดูแลรองเท้าผ้าใบ

แน่นอนว่ารองเท้าผ้าใบของแท้นั้นจะทำจากผ้าหลากหลายสีสัน ทั้งเข้มบ้างอ่อนบ้าง และเมื่อต้องอยู่กับส่วนที่ใกล้ชิดพื้นที่สุดอย่างเท้า ก็มีโอกาสจะสกปรกได้ง่าย เพราะถนนหนทางที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี่ ก็ไม่ได้สะอาดเท่าไหร่นัก ทั้งคราบสกปรก และฝุ่นก็พร้อมที่จะเข้ามาเปื้อนอยู่บนรองเท้าสวยๆ ของเรา นี่ยังไม่รวมถึงตอนหน้าฝน เรียกว่าฝนตกลงครุ่งนึง คนรักรองเท้านี่น้ำตาซึมกันเลยทีเดียว

ดังนั้นอีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้การเลือกซื้อรองเท้า ก็คือการรู้จักวิธีในการดูแลทำความสะอาด เพราะถ้าไม่รู้จักดูแล รองเท้าที่ซื้อมาสีขาวๆ ก็อาจจะเปลี่ยนเป็นสีดำได้ หรือถ้าดูแลไม่ถูกวิธี อาจถึงขั้นทำให้รองเท้าพังกันเลยทีเดียว วันนี้เราจะพามารู้จักวิธีง่ายๆในการดูแล และทำความสะอาดรองเท้าผ้าใบให้ใสปิ๊ง ใหม่เอี่ยมเหมือนเพิ่งแกะออกมาจากกล่องกัน

การดูแลรองเท้าผ้าใบ

1.ไม่ควรเหยียบส้นรองเท้า

เนื่องจากรองเท้าผ้าใบในหลายๆรุ่น ใช้ขอบยาง การเหยียบส้นรองเท้าจึงจะทำให้รองเท้าเสียทรงและขอบยางเสียหายได้ ยิ่งถ้าเป็นรองเท้าผ้าใบสีขาวยิ่งจะเห็นรอยตำหนิการสึกหรอได้ง่าย ดังนั้นควรเลือกรองเท้าพอดีกับไซส์เท้า เพื่อให้ใส่แล้วไม่เจ็บ ไม่กัด ป้องกันการเหยียบส้นรองเท้า หรืออาจจะเลือกรองเท้ารุ่นที่ออกแบบมาให้เปิดส้น เพื่อเพิ่มความสะดวกในการสวมใส่

2. เลี่ยงไม่ให้โดนน้ำ

รองเท้าผ้าใบเวลาใช้จำเป็นต้องหลีเลี่ยงน้ำให้ได้มากที่สุด แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ บังเอิญฝนตก หรือทำน้ำหกใส่ให้รีบเช็ดด้วยผ้าที่นุ่ม และไม่มีขน วิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดคราบ หรือเชื่อราบนรองเท้าได้

3ห้ามซักด้วยน้ำอุ่น

หลายคนเข้าใจว่าน้ำอุ่นจะช่วยฆ่าเชื้อโรคในรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าแฟชั่นที่เรามีได้ แต่วิธีนี้จะทำให้ขอบยางรองเท้าผ้าใบสึกหรอได้ง่าย และทำให้รองเท้าผ้าใบเสียทรงอีกด้วย แนะนำว่าให้ซักกับน้ำในอุณหภูมิห้องแล้วใช้วิธีการตากแดดอ่อน ๆ เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรคแทน

4.ใส่สลับกันหลายๆคู่

การใส่รองเท้าหลายๆ คู่ก็เป็นวิธีการที่ง่ายที่สุด ในการยืดอายุการใช้งานรองเท้า แน่นอนสาวๆ อย่างเราคงมีรองเท้าคู่ใจหลายคู่กันอยู่แล้วใช่ไหมล่ะคะ แทนที่จะใส่คู่ใดคู่หนึ่งทุกวัน เราก็ควรใส่สลับกันบ้าง เป็นทั้งการถนอมรองเท้าและเป็นการเปลี่ยนลุคการแต่งตัวไม่น่าเบื่ออีกด้วย

5.ใส่ถุงเท้าอยู่เสมอเมื่อใส่รองเท้าผ้าใบ

ที่การใส่ถุงเท้าช่วยดูแลรองเท้าผ้าใบได้ ก็เนื่องจากว่า ถ้าหากเราใส่รองเท้าโดยที่ไม่ใส่ถุงเท้า เท้าของเราก็จะเสียดสีกับตัวรองเท้า และเมื่อการเสียดสีดังกล่าวประกอบกับความอับชื้นในรองเท้าก็จะทำให้เหงื่อและคราบไคลจากเท้าออกมาจำนวนมาก ซึ่งก็จะไปเกาะอยู่ที่ตัวรองเท้าและยากแก่การกำจัดออกไปอย่างง่ายๆ และนอกจากจะทำความสะอาดแล้วยังทำให้เกิดกลิ่นเท้าที่จะทำให้คุณเสียความมั่นใจอีกต่างหาก

6. ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ

สิ่งที่สำคัญอีกอย่างของการใช้รองเท้าหนังแท้ก็คือ เรื่องของความสะอาด หลังใช้งานแล้วอย่าเพิ่งรีบเก็บ ให้ทำความสะอาดก่อน เพราะวันนึงเราใส่รองเท้าออกไปเจออะไรมามากมาย ซึ่งฝุ่นผง และคลาบน้ำต่างจะทำให้ รองเท้าหนังของเราได้รับความเสียหาย

ขั้นตอนการดูแลรองเท้าผ้าใบ

1.ปัดทำความสะอาดด้วยแปรง

ขั้นตอนแรก ให้นำตัวรองเท้าปัดฝุ่น และสิ่งสกปรกภายนอกออกเสียก่อน ด้วยการทำความสะอาดรองเท้าผ้าใบ โดยใช้แปรงสีฟันเก่าๆ ที่ไม่ใช้แล้ว (แต่ขนยังนุ่มอยู่) ปัดสิ่งสกปรกออกเบาๆ ออกจากรองเท้า และเชือกรองเท้า

2.ซักรองเท้าผ้าใบด้วยสบู่

จากนั้นจึงถอดเชือกร้อยรองเท้าออก แล้วนำไปแช่ในน้ำสักพัก จากนั้นมาขัดด้วยแปรงขนนุ่มชุบน้ำสบู่รอบตัวรองเท้า แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่นอีกครั้ง ก่อนจะนำไปตากแดดให้นำกระดาษทิชชูม้วนเป็นก้อนกลมๆ ใส่เข้าไปในรองเท้า จะช่วยให้กำจัดความชื้นและทำให้รองเท้าแห้งได้เร็วยิ่งขึ้น เพียงแค่ใช้น้ำสบู่ง่ายๆ ก็สามารถชุบชีวิตรองเท้าของคุณได้แล้ว

3.กำจัดคราบสกปรกด้วยเบกกิ้งโซดาและน้ำส้มสายชู

นำเบกกิ้งโซดามาผสมกับน้ำส้มสายชู คนรวมกันจนเกิดเป็นเนื้อครีมข้น ๆ จากนั้นให้ใช้แปรงสีฟัน จุ่มแล้วขัดบริเวณรองเท้าที่เปื้อน แล้วใช้ผ้าชุบน้ำเช็ด หรือล้างเฉพาะบริเวณที่ขัดแล้วด้วยน้ำสะอาด แล้วนำไปตากแดด

4.น้ำยาเคลือบเล็บลบรอยขีดข่วน

ก่อนอื่นให้ลบคราบดำๆ บนรองเท้าออกให้หมดด้วยยางลบ หรือใช้แปรงขัดรองเท้าขัด จากนั้นจึงทาน้ำยาเคลือบเล็บลงบนคราบหรือรอยขีดข่วนเหล่านั้น แล้วใช้ฟองน้ำ หรือผ้าขนหนูเช็ดส่วนเกินออก ทิ้งไว้ให้แห้งสัก 1 คืน เป็นวิธีง่ายๆ โดยใช้อุปกรณ์ที่สาวๆ หลายคนมีอย่างน้ำยาเคลือบเล็บมาช่วยทำให้รองเท้าดูใหม่ คราบรอยขีดข่วนหายไปในพริบตา หนุ่มๆ หลายคนต้องลองดู

5.พารองเท้าผ้าใบไปตากแดด

ให้ห่อตัวรองเท้าด้วยกระดาษทิชชู่ก่อนที่จะนำไปตากแดด เพราะจะช่วยป้องกันไม่ให้รองเท้าเหลือง นอกจากนั้นการตากแดดแรงยังเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้รองเท้าเหลือง ดังนั้นควรจะตากรองเท้าที่แดดอ่อนๆ ไม่แรงมาก เพื่อเป็นการป้องกันรองเท้าเหลืองอีกทางหนึ่ง ถ้ากลัวว่าตากแดดไม่แรงพอ แล้วจะทำให้รองเท้าเหม็นอับ ก็แนะนำว่า ให้ใช้เวลาตากหลายวันสักหน่อย ประมาณ 2-3 วันรองเท้าก็จะแห้งสนิทภายใต้แดดที่ไม่แรงมาก

แนะนำขั้นตอนการดูแลรองเท้าผ้าใบ ทั่วไป

วิธีซักรองเท้าผ้าใบในเครื่องซักผ้า สำหรับใครที่มีรองเท้าผ้าใบหลายคู่ ก็สบายใจได้เลย ไม่ต้องมานั่งขัดให้ยุ่งยาก (แต่หากเป็นรองเท้าคู่โปรดราคาแพงแล้ว วิธีนี้ก็ไม่ขอแนะนำ) เริ่มจากนำตัวรองเท้ามาปลดเชือก แยกออกมาซักต่างหาก แล้วนำตัวรองเท้าไปใส่ในเครื่องซักผ้าได้เลย แล้วใส่ผงซักฟอก ทำการซักตามปกติ แต่ห้ามเปิดระบบปั่นแห้งโดยเด็ดขาด *ข้อนี้สำคัญมาก เมื่อตัวรองเท้าสะอาด ให้นำไปตากแดดต่อได้เลย รองเท้าของคุณก็จะดูใหม่ปราศจากสิ่งสกปรกอย่างน่าประทับใจ

จะเห็นได้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการดูแลรักษา รองเท้าผ้าใบ ก็คือเรื่องของความใจเย็น และใส่ใจรายละเอียดนั่นเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรองเท้าผ้าใบสีขาว ซึ่งแม้จะดูสวยงามแต่ก็ต้องแลกมาด้วยกับการดูแลรักษาที่ต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ เพราะหากดูแลไม่ดีก็จะเหลือง หรือเปรอะเปื้อนได้อย่างง่ายดาย แต่สำหรับรองเท้าผ้าใบสีดำที่เป็นสีเข้ม แม้จะไม่ต้องกังวลว่าจะเหลือง แต่ก็ต้องระมัดระวังเช่นกันว่าจะไม่ไปปนเปื้อนกับสีอื่นๆ เพราะถ้าหากเกิดเช่นนั้นก็คงจะสะดุดตากันอย่างแรง ซึ่งความใจเย็น และใส่ใจรายละเอียดดังกล่าวอาจจะดูเป็นเรื่องจุกจิกหยุมหยิม แต่ถ้าคุณใส่รองเท้าผ้าใบจนรัก และหลงเสน่ห์เข้าเต็มเปาแล้วล่ะก็ รับรองได้เลยว่า ความรักในรองเท้าจะทำให้การใส่ใจเป็นเรื่องง่ายไปเลยล่ะ


พบกับสาระ ความรู้ ข่าวสาร และสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ ไปกับเราที่ www.mustknowledge.com